การทำ GEO ต้องทำอะไรบ้าง? ทำอย่างเดียวไม่ทำ SEO ได้หรือไม่?
- วีรยุทธ ชาญสุไชย

- Feb 22
- 2 min read

การทำ GEO คือการปรับแต่งหน้าข้อมูลบนเว็บไซต์ให้ LLM AI สามารถนำคำตอบไปใช้ได้ทันที เวลามี User ถามผ่าน AI โมเดลต่างๆ (Chat GPT, Gemini, Perplexity, AI Overview)
GEO ย่อมาจาก Generative Engine Optimization คือคำเรียกกว้างๆ สำหรับการปรับแต่งคอนเทนต์ให้ AI ซึ่งมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก (ทั้งหมดไม่ใช่ชื่อแบบเป็นทางการ)
AIO: Artificial Intelligence Optimization
AEO: Answer Engine Optimization
เพราะปัจจุบันการใช้ AI Search หาข้อมูลเริ่มนิยมมากขึ้น เป็นอีกทางเลือกสำหรับการค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว เพียงแต่จุดที่ต้องระวังคือ ผู้ค้นหาต้องสามารถเช็คความถูกต้องของข้อมูลก่อนใช้
การทำ GEO ต้องทำอะไรบ้าง?
การทำ GEO คือการปรับเนื้อหา คอนเทนต์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ให้มีลักษณะเป็นคำตอบในประเด็นต่างๆ เพราะ LLM AI จะใช้หลักการทำงานแบบเดียวกับระบบเดาคำศัพท์บนแอปคีย์บอร์ดของโทรศัพท์มือถือ (Next word prediction) คือการ Matching หรือจับคู่ข้อมูลตามความน่าจะเป็นของสิ่งที่ User ป้อน
การทำ GEO ให้รองรับ AI Search ตามข้อมูลของ Google มีดังนี้
เขียนเนื้อหาหรือคอนเทนต์ ให้ตอบโจทย์ ตอบคำถาม คลายความสงสัยให้คนหาข้อมูลโดยตรง
ปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพดี การันตีว่าคนหรือบอทก็สามารถใช้งานได้แบบไม่ติดขัด และใช้งานได้ทั้งบน Desktop และ Mobile
ตั้งค่าให้บอท (ทั้งของ AI และ Search Engine) สามารถเข้ามาดูและเก็บข้อมูลได้
ปรับโครงสร้างเนื้อหาหรือคอนเทนต์ให้เป็นระเบียบ มีการใช้ Bullet แบ่งหัวข้อให้อ่านง่าย เนื้อหากระชับ ตรงไปตรงมา
ใช้ Structure Data Markup หรือ Schema Markup เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับบอท ว่าหน้าเว็บนั้น อยู่ในหมวดหมู่อะไร มีเนื้อหาหลักอะไรบ้าง
ให้ข้อมูลรูปภาพเช่น การตั้งชื่อรูป และ การเขียน Alt text (Alternate Text) ให้เชื่อมโยงกับเนื้อหา เพื่อให้บอทสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างรูป กับ Text
เขียนเนื้อหาต่อยอดจากประเด็นใดประเด็นหนึ่ง (Topical Coverage) เนื่องจากเวลาใช้ AI Search ข้อมูลที่ AI หามาให้จะมีเนื้อหาต่อยอดจากเรื่องที่ User ถามด้วย เช่น หาก User ถามเรื่อง "รองเท้า Support ดีปี 2026 มีอะไรบ้าง" เนื้อหาต่อยอดได้ก็จะเป็น "รองเท้า Support ดีสำหรับวิ่งมาราธอน" หรือ "รองเท้า Support ดีสำหรับคนเท้าล้ม" เป็นต้น
ทำ GEO แบบไม่ต้องทำ SEO ได้หรือไม่
ไม่ได้ ถ้าเว็บไซต์ไม่เคยทำ SEO มาก่อน หากย้อนกลับไปดูในหัวข้อก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าวิธีการทำ GEO ทั้งหมด แทบจะถอดแบบมาจาก SEO ทุกประการ ยกเว้นการปรับแต่งโครงสร้าง เนื่องจาก บอทของ AI ไม่เข้าใจภาษาใดๆ เลย อาศัยการเชื่อมโยงเป็นหลัก
ดังนั้นกรณีเดียวที่สามารถทำ GEO ได้เลยก็คือ เว็บไซต์ของคุณผ่านทำ SEO มาอย่างดีแล้ว
วัดผลการทำ GEO, AEO, AIO ได้ยังไงบ้าง
การวัดผลการทำ GEO ทำได้โดยการตรวจดูว่า เวลาถามคำถามที่เกี่ยวกับแบรนด์หรือธุรกิจบน AI แต่ละแพลตฟอร์ม AI มีการอ้างอิง หรือ กล่าวถึงชื่อแบรนด์/ธุรกิจรวมถึงอ้างอิงเว็บไซต์ของแบรนด์หรือไม่ มีชื่อเรียกว่า AI Citation
แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น จะขออธิบายการทำงานของ LLM AI แบบคร่าวๆ โดยมีแหล่งข้อมูลคือเว็บไซต์ต่างๆ อย่าง IBM และช่อง 9Arm เท่าที่คนที่ไม่ใช่ Developer จะทำได้ดังนี้
LLM AI ทำงานอย่างไร
การทำงานของ LLM AI หรือ AI ประเภท Large Language Model จะเป็นการทำงานแบบเดียวกับระบบ Next-word Prediction หรือระบบเดาคำ ของแอปคีย์บอร์ด แต่เปลี่ยนจากการคำนวณหาคำถัดไป มาเป็นการคำนวณเพื่อหาข้อมูลที่สัมพันธ์กันกับคำถามของ User
LLM AI จะมีการรับข้อมูล (Data) จำนวนมหาศาลเข้าสู่ฐานข้อมูลของระบบ (ทั้งแบบถูกลิขสิทธิ์ เป็นสาธารณะ และแบบผิดลิขสิทธิ์ หรือลักลอบนำข้อมูลมาใช้โดยเจ้าของไม่รับรู้)
ระบบจะ Tokenization ข้อมูล Text เหล่านี้ โดยการแยกส่วนเป็นคำ ส่วนประกอบของคำ (นึกภาพคำว่า Subcategory = Sub + Category) และตัวอักษร
เมื่อมี Data ก็จะมีใช้งาน Neural network หรือเรียกอีกแบบว่า Transformer เพราะจะคอยทำหน้าที่ คำนวณความเชื่อมโยงของข้อมูล (คำ ส่วนประกอบของคำ โค้ด ตัวอักษร ) จากนั้นก็ทำการปรับเปลี่ยน (Transform) แก้ไขคำ สลับตำแหน่ง เพื่อสร้างบทสนทนาโต้ตอบกับ User
AI จะได้รับการ Training ต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาการเดาคำ (เนื่องจากระบบไม่เข้าใจภาษาใดๆ แม้แต่คำเดียว) เมื่อได้รับการแก้ไข ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ระบบก็จะเข้าใจว่าควรสร้างประโยคหรือให้ข้อมูลอย่างไร
LLM AI จะมีการทำงานแบบ Non-Deterministic คือมี Output ที่ไม่ตายตัว เพราะธรรมชาติระบบ (คาดเดาคำตอบ) ไม่สามารถทำแบบนั้นได้เนื่องจาก หากบังคับ Output AI ก็จะมีการตอบกลับที่ตายตัว ดูไม่ธรรมชาติ และไม่สามารถแนะนำอะไรที่หลากหลายได้ (ซึ่งจุดนี้ก็คล้ายๆ กับมนุษย์มาก มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลใหม่ๆ หรือมีการใช้คำพูดพูดที่ไม่เหมือนเดิม แม้จะพูดคุยในหัวข้อเดิมๆ)
นอกจากนี้เวลา User ใส่ Prompt หรือพิมพ์อะไรไป ระบบก็น่าจะมีชุดคำสั่งของ Developer กันเอาไว้อีกที เพื่อป้องกันหลายๆ อย่าง เช่น วิธีการก่ออาชญากรรม หรือ เข้าถึงชุดคำสั่งของ AI model จริงๆ
ดังนั้นย้อนกลับไปเรื่องการวัดผลการทำ GEO, AEO, AIO จึงไม่สามารถทำได้จริงๆ ต่อให้มีเครื่องมือตัวไหนที่เชื่อมโยงไปหลังบ้านของ AI แต่ละเจ้าได้ ก็จะเจอแค่ฐานข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และโค้ดต่างๆ ที่กำหนดการทำงานของ AI เท่านั้น
ดังนั้นการ Optimize เพื่อให้รองรับ AI Search จึงคล้ายๆ กับการทำ SEO คือเป็นการปรับตามหลักการ เพื่อเพิ่มโอกาสการมองเห็น เท่านั้น ไม่สามารถการันตีผลที่เป็นตัวเลขแบบตายตัวได้
ในปีนี้ 2026 อาจจะมีหลายๆ คนหรือหลายเว็บไซต์ยังพูดว่า "SEO is dead" แต่ตามจริงแล้วทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เว็บไซต์ที่พื้นฐาน SEO ไม่ดี ไม่มีการปรับ UX UI เพื่อผู้บริโภคก็ไม่มีทางให้ผลลัพธ์ที่ดีบน AI Search ได้ (เว้นแต่ว่าสิ่งที่คุณทำ Niche และเฉพาะกลุ่มมากๆ จนข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีน้อยจริงๆ) การทำ AI Search เป็นเพียงส่วนต่อยอดที่อาศัยพื้นฐาน SEO เท่านั้น ไม่ได้มาแทน SEO (แต่แค่การมาของ AI ได้ Disrupt ยอด Organic ของเว็บไซต์จริงๆ)
สำหรับคำแนะนำของ
AI เป็นเครื่องมือที่ดีในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ แบบรวดเร็วขึ้น แต่ควรใช้เป็นผู้ช่วย ไม่แนะนำให้ใช้เป็นที่พึ่งหลักหรือเชื่อข้อมูลทั้งหมด เพราะ LLM AI ไม่เข้าใจภาษาใดๆ แม้แต่คำเดียว และ มีการทำงานแบบสุ่ม
ผู้เขียนที่มีการใช้ AI เยอะ แต่ใช้แค่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของการทำงาน และทุกข้อมูลที่ผู้เขียนหา จะต้องมีการอ่านตรวจสอบ Source ที่ AI แปะลิงก์มาเสมอๆ หรือถ้าให้เขียนโค้ดอย่างน้อยก็ต้องตรวจสอบคร่าวๆ ได้ว่าโค้ดนั้นมีเพื่ออะไร มีไว้ทำงานอย่างไร

Comments